เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย

เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย
เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย

เค้กมีกี่ประเภท

เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย - h

เค้กที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ที่เราซื้อมารับประทานกัน มีหลากหลายที่ชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น เค้กผลไม้ เค้กนมสด เค้กไอศกรีม เครปเค้ก เราก็ต่างเรียกว่าเค้กทั้งหมด วันนี้เราเลยจะมานำเสนอว่า เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย

ทำความรู้จักเค้กกัน 

เค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มาดูกันเลย - ทำความรู้จักเค้กกัน

ก่อนจะรู้ว่าเค้กมีกี่ประเภทนั้น เรามาทำความรู้จักกับเค้กกันก่อนค่ะ

เค้ก เป็นเบเกอรี่ขนมอบที่มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโรมัน ประกอบไปด้วยแป้ง ไข่ไก่ และน้ำตาล  มีส่วนผสมแค่ 3 อย่างเท่านี้เอง และคนอเมริกันมีเค้กเก่าแก่อันหนึ่งเรียกว่า ‘pound cake’ ‘พาวนด์เค้ก’ เป็นเค้กที่ใส่แป้ง น้ำตาล เนย ไข่อย่างละ 1 pound เท่าๆ กัน ซึ่งถือว่าทำให้จำง่ายดี เดิมทีแล้วเป็นเค้กที่ไม่มีผงฟู แต่ภายหลังได้ถูกดัดแปลงให้เพิ่มผงฟูหรือนมเข้าไปบ้าง จึงทำให้เนื้อเค้กนุ่มขึ้นสามารถแตกแขนงได้เป็นเค้กหลายร้อยชนิด เพียงใส่ส่วนผสมปรุงแต่งรสชาติ เช่นเนย ผลไม้ โกโก้ ฯลฯ หรือเพิ่มความนุ่มด้วยผงฟู เบกกิ้งโซดา นม น้ำมัน ก็แล้วแต่ เพราะแต่ละประเทศมีรสนิยมกินเค้กไม่เหมือนกัน คนไทยนิยมกินเค้กเนื้อนุ่มเบาอย่างชิฟฟอนเค้ก ฝรั่งส่วนใหญ่ชอบกินเค้กหนักนมเนยอย่างฟรุ๊ตเค้ก บัตเตอร์เค้ก  ปัจจุบันจึงทำให้เค้กต่าง ๆ มีหลากหลายชนิด หลากหลายประเภท จึงทำให้เราต้องมาทำความรู้จักว่าเค้กมีกี่ประเภทกันนะ

ส่วนประกอบหลักของเค้ก

1.แป้ง มี 2 อย่าง คือ แป้งเค้ก และแป้งสาลีอเนกประสงค์ ทั้งสองชนิดทำจากข้าวสาลีเหมือนๆ กัน แต่แป้งเค้กเนื้อเบากว่าแป้งสาลีอเนกประสงค์และผสมสารขึ้นฟูมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน 

2.ไข่ไก่ ควรใช้ไข่ไก่ฟองใหญ่ สดใหม่ จะทำให้เนื้อเค้กขึ้นฟูดี  

3.น้ำตาล เค้กทั่วไปโดยมากนิยมใช้น้ำตาลทรายขาวหรือชื่อการค้าเรียกน้ำตาลเบเกอรี่ แต่เค้กบางชนิดอาจใช้น้ำตาลทรายแดงด้วยเพื่อให้สีสันสวยงาม  และมีเนื้อชุ่มฉ่ำขึ้น ส่วนน้ำตาลไอซ์ซิ่งก็มีใช้บ้างแต่ไม่นิยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำตาลไอซ์ซิ่งมีแป้งข้าวโพดผสมอยู่เล็กน้อยซึ่งอาจส่งผลต่อเนื้อเค้ก

ประเภทของเค้ก 

เราคงจะอยากรู้แล้วใช่ไหมค่ะว่าเค้กมีกี่ประเภท มาดูกันเลยค่ะ

1.Sponge cake (เค้กสปอนจ์) ประกอบด้วยแป้ง ไข่ไก่ น้ำตาล (บางสูตรอาจใส่นมด้วย) เทคนิคสำคัญอยู่ที่การตีไข่กับน้ำตาลให้ฟูเต็มที่ก่อนจะค่อยๆ ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน

2.Chiffon cake (เค้กชิฟฟอน) เนื้อเค้กมีโครงสร้างของไข่เป็นหลัก ใช้วิธีแยกตีไข่ขาวกับไข่แดง เนื้อเค้กจึงเนื้อนุ่มเบากว่าเค้กสปอนจ์ 

3.Butter cake (เค้กบัตเตอร์) เนื้อเค้กมีส่วนประกอบของเนยเป็นหลัก เค้กนุ่มจากไขมันเนย แต่เบาได้จากการตีเนยกับน้ำตาลเพื่อเก็บฟองอากาศ

4.Angle Food cake (เค้กแองเจิลฟูด) เป็นเค้กไร้ไขมัน เนื้อเค้กประกอบด้วยไข่ขาวเป็นหลัก วิธีทำคือตีไข่ขาวเหมือนทำเมอร์แรงก์แล้วตะล่อมแป้งลงไปผสม

5.Cheesecake (ชีสเค้ก) เป็นเค้กที่มีส่วนประกอบของชีสเป็นหลักมีทั้งแบบอบ และแบบไม่อบแต่ใส่เจลาตินเป็นตัวช่วยให้คงรูปร่าง ต้องแช่เย็นไว้จนกว่าจะรับประทาน

6.Mousse cake (มูสเค้ก) เป็นเค้กที่ตีไข่ขาวหรือวิปปิ้งครีมให้ฟูก่อนจะผสมกับส่วนผสมอื่น ทำให้เค้กนุ่ม เบา มักใส่เจลาตินเพื่อช่วยให้คงรูป และต้องแช่เย็นไว้จนกว่าจะรับประทาน

7.เครปเค้ก (crepe cake) เค้กชนิดนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่จะไม่ใช้ในการอบเหมือนกับเค้กชนิดอื่น ๆ เนื้อเค้กประกอบไปด้วยแป้งสาลี ไข่ น้ำตาล นม เนย นำมา​ผสมกัน แล้วนาบลงบนกระทะก้นแบนจนสุก แล้วนำมาวางซ้อน ๆ กัน สลับชั้นกับครีมสด 

8.ไอศกรีมเค้ก (Ice cream cake) เป็น เค้กที่ใช้ไอศกรีมแทนการใช้ครีมสดใส่ลงไประหว่างชั้นของสปันจ์เค้ก ส่วนใหญ่จะสลับแบบ 2 ชั้น คือมีสปันจ์เค้ก 2 ชั้น และมีไอศกรีมอยู่ระหว่างกลาง หรือแบบ 3 ชั้น ที่มีไอศกรีมแทรกอยู่ระหว่างชั้นสปันจ์เค้ก 3 ชั้น

มาถึงตอนนี้ หลายคนคงจะถึงบางอ้อแล้วว่าเค้กมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร แตกต่างการอย่างไร ใครชอบเค้กแบบไหน สไตล์ไหนก็เลือกรับประทานได้ตามใจชอบได้เลยค่ะ แต่การรับประทานก็ควรรับประทานให้พอดี ๆ อย่าทานมากเกินไป จะทำให้ไขมันสะสมได้ ควรรับประทานให้พอดี ๆ ค่ะ

เครดิตรูป
pexels

pixabay

อ่านต่อที่ วิธีทำเค้ก ช็อกโกแลต สูตรง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้านอร่อยแน่ ไม่ต้องใช้เตาอบ

สล็อตเว็บตรง

Table of Contents

Most Popular

Categories

Table of Contents